สัญญารับเหมาตกแต่งภายในควรมีอะไรบ้าง? เช็กให้ครบก่อนเริ่มงาน

สัญญารับเหมาตกแต่งภายในควรระบุขอบเขตงาน แบบก่อสร้าง รายการวัสดุ ราคาจ้าง งวดชำระเงิน ระยะเวลาดำเนินงาน และเงื่อนไขการรับประกันให้ชัดเจน รวมถึงวิธีจัดการเมื่อมีการเปลี่ยนแบบหรืองานเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าของบ้านและผู้รับเหมามีความเข้าใจตรงกัน ลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายและปัญหาระหว่างดำเนินงาน
รายละเอียดสำคัญในสัญญารับเหมาตกแต่งภายในที่ควรตรวจสอบ
ก่อนเริ่มงานตกแต่งบ้านหรือคอนโด เจ้าของบ้านควรตรวจสอบเอกสารสัญญาและเอกสารแนบอย่างละเอียด โดยเฉพาะรายการที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพงาน
|
รายละเอียดในสัญญา |
สิ่งที่ควรระบุ |
|---|---|
|
ขอบเขตงาน |
พื้นที่และรายการงานที่รับผิดชอบ |
|
แบบและ BOQ |
ขนาด ปริมาณ วัสดุ และรายละเอียดงาน |
|
ราคาจ้าง |
ราคารวม ภาษี และรายการที่ไม่รวม |
|
งวดชำระเงิน |
จำนวนเงินและเงื่อนไขการจ่ายแต่ละงวด |
|
ระยะเวลา |
วันเริ่มงาน วันส่งมอบ และเงื่อนไขขยายเวลา |
|
การรับประกัน |
ระยะเวลา ขอบเขต และข้อยกเว้น |
ทำไม BOQ จึงสำคัญต่อสัญญางานตกแต่งภายใน?
BOQ หรือ Bill of Quantities เป็นเอกสารแสดงปริมาณและราคาของรายการงาน ช่วยให้เจ้าของบ้านตรวจสอบได้ว่าค่าใช้จ่ายครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น งานผนัง งานฝ้า งานสี และเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน
นอกจากชื่อวัสดุแล้ว ควรระบุรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ เช่น ความหนา เกรดวัสดุ ยี่ห้อหรือคุณสมบัติที่ตกลงกัน เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกันเมื่อถึงขั้นตอนผลิตและติดตั้ง
หากยังอยู่ระหว่างเปรียบเทียบผู้ให้บริการ สามารถอ่าน Interior Design Package มีอะไรบ้าง เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตงานก่อนตัดสินใจ
การแบ่งงวดชำระเงินควรกำหนดอย่างไร?
การจ่ายเงินควรสัมพันธ์กับความคืบหน้าของงาน เช่น หลังอนุมัติแบบ หลังผลิตชิ้นงาน หรือหลังติดตั้งและตรวจรับ โดยกำหนดหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายแต่ละงวดให้ชัดเจน ไม่ควรพิจารณาจากวันที่เพียงอย่างเดียว
สำหรับงานที่มีการเปลี่ยนวัสดุระหว่างดำเนินการ ควรทำเอกสารอนุมัติงานเปลี่ยนแปลง ระบุผลต่อราคาและกำหนดส่งมอบก่อนเริ่มงานส่วนนั้น
ควรระบุวัสดุเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินในสัญญาหรือไม่?
ควรระบุ เพราะคำว่าไม้บิ้วอินหรือไม้กันชื้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการตรวจรับงาน โดยเฉพาะตู้ครัว ตู้เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งถาวร
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เปรียบเทียบวัสดุเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน MDF, HMR และไม้อัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาตกแต่งภายใน
1. จ้างตกแต่งภายในจำเป็นต้องมีสัญญาหรือไม่? ควรมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ยืนยันขอบเขตงานและเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน
2. Pranakorn Decorate มีขั้นตอนทำสัญญาก่อนเริ่มงานหรือไม่? เว็บไซต์บริษัทระบุขั้นตอนจัดทำ BOQ จากแบบ Final และทำสัญญาตกแต่งก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตและติดตั้ง
3. หากต้องการเปลี่ยนแบบระหว่างงานทำได้หรือไม่? สามารถตกลงเปลี่ยนแปลงได้ แต่ควรยืนยันราคา ระยะเวลา และรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร
4. Pranakorn Decorate มีการรับประกันผลงานหรือไม่? เว็บไซต์ระบุการรับประกันผลงาน 1 ปี โดยควรตรวจสอบขอบเขตและข้อยกเว้นในสัญญาของโครงการนั้น
5. ควรตรวจรับงานก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้ายหรือไม่? ควรตรวจสอบความเรียบร้อยเทียบกับแบบและ BOQ พร้อมบันทึกรายการแก้ไขก่อนชำระเงินตามเงื่อนไขสัญญา
สัญญาที่ชัดเจนช่วยลดปัญหาระหว่างดำเนินงาน
การทำสัญญาไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นการกำหนดมาตรฐานร่วมกันระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้รับเหมา ทั้งด้านคุณภาพ ระยะเวลา และงบประมาณ ยิ่งรายละเอียดชัดเจนมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้การติดตามงานและตรวจรับเป็นระบบมากขึ้น
วางแผนงานตกแต่งภายในกับทีมงานมืออาชีพ
Pranakorn Decorate ให้บริการออกแบบและตกแต่งภายใน พร้อมขั้นตอนวัดพื้นที่ ออกแบบ 3D และจัดทำ BOQ ก่อนดำเนินงาน ผู้สนใจสามารถ ติดต่อ Pranakorn Decorate เพื่อปรึกษาขอบเขตโครงการและการประเมินราคาเบื้องต้น
สนใจปรึกษาเรื่อง ออกแบบตกแต่งภายใน บิ้วอินห้องนอน กับทีมงานมืออาชีพ
ติดต่อ พระนคร เดคคอเรท จำกัด ได้ทุกช่องทาง
761 ถ.พระรามที่ 2 ซอย 11 แขวงบางมดเขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150
Email: pranakorndec@gmail.com
เบอร์โทร: 099 619 6789


